หน้าหลัก

NEWS

ข่าว

ข่าวเด่น

หมวดข่าว

ข่าวรอบวัน

หมวดข่าว     พระราชสำนัก     การเมือง     สังคม     อาชญากรรม     ภูมิภาค

ข่าวเด่น

อย่าชะล่าใจ! สัญญาณเตือน "โรคไตระยะเริ่มต้น" ที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าภาวะไตวายเกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease - CKD) มีแนวโน้มพบในกลุ่มคนที่อายุน้อยลงอย่างชัดเจน โรคนี้มักดำเนินไปอย่างเงียบๆ และมักถูกตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว

ไตเปรียบเสมือน "เครื่องกรอง" ที่อดทนที่สุดของร่างกาย แต่เมื่อเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพ มันมักจะส่งสัญญาณเตือนอย่างเงียบเชียบ มาลองเช็กดูว่าคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับสัญญาณเหล่านี้อยู่หรือไม่:

1. สัญญาณเตือนโรคไตระยะเริ่มต้น: อย่าสับสนกับอาการเหนื่อยล้าทั่วไป!

ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน: แม้จะดื่มน้ำน้อยในช่วงเย็น แต่ยังคงต้องตื่นกลางดึกถึง 3–5 ครั้งเพื่อเข้าห้องน้ำ การนอนหลับที่ขาดช่วงส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียอย่างมากในเช้าวันถัดไป
ปัสสาวะเป็นฟองหนาและหายช้า: มีฟองหนาคงอยู่นานคล้ายฟองสบู่หรือฟองเบียร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีโปรตีน (ไข่ขาว) รั่วไหลผ่านตัวกรองของไต
ปัสสาวะไม่สุด: รู้สึกปวดปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา แต่ปริมาณปัสสาวะแต่ละครั้งกลับน้อย สายน้ำปัสสาวะไหลเบา หรือมีสีเข้มคล้ายน้ำชาเข้มข้น

    ✅ ความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ:
    ✅ อาการบวมน้ำ:

เปลือกตาบวม: ทุกเช้าเมื่อส่องกระจก จะสังเกตเห็นเปลือกตาบวมอูม คล้ายกับคนที่อดนอนมาทั้งคืน
ข้อเท้าและเท้าบวม: ช่วงเย็นหลังเลิกงาน รู้สึกว่ารอยขอบถุงเท้าแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อใช้นิ้วกดแรงๆ บริเวณหน้าแข้งหรือข้อเท้า ผิวจะบุ๋มลึกลงไปและใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะคืนตัว

    ✅ ปวดตึงบริเวณบั้นเอว:

รู้สึกปวดระบมหรือตึงบริเวณบั้นเอวทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นตำแหน่งของไต อาการปวดจะเป็นแบบตื้อๆ จากข้างใน และบางครั้งอาจร้าวลงไปถึงบริเวณต้นขาหรือท้องน้อย

    ✅ ร่างกายอ่อนเพลียอย่างหนัก และกลิ่นปากผิดปกติ

รู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง เหนื่อยหอบ ขมในคอ และเบื่ออาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกลิ่นปากฉุนรุนแรง (คล้ายกลิ่นแอมโมเนียหรือปัสสาวะ) เนื่องจากสารพิษยูเรียสะสมในร่างกายและไม่สามารถขับออกทางไตได้

    ✅ ผิวแห้งกร้านและคันเรื้อรัง:

ผิวพรรณแห้งเสีย หมองคล้ำ และมีอาการคันเรื้อรังจากภายในชั้นผิว เนื่องจากมีการสะสมของสารพิษใต้ผิวหนัง แม้จะเกาเท่าไรก็ไม่หายคัน

2. ทำไมจึงไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด?

✅ ความเสียหายที่ไม่สามารถย้อนกลับได้: เมื่อเซลล์ไตเกิดเนื้อเยื่อพังผืด หรือเสื่อมสภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว การฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติถือเป็นเรื่องที่ยากมาก

✅ ความเสี่ยงสู่โรคไตระยะสุดท้าย: การละเลย "ช่วงเวลาทอง" ในการรักษาช่วงระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1, 2, 3) จะเร่งให้โรคดำเนินไปสู่ระยะที่ 4 และ 5 อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยต้องแบกรับภาระการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือล้างไตทางหน้าท้องอย่างสม่ำเสมอ

✅ ทุกคนมีสิทธิ์เป็นได้: ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุเท่านั้น แต่วัยกลางคนหรือวัยรุ่นที่มีพฤติกรรมชอบทานเค็ม นอนดึก ดื่มน้ำหวานเป็นประจำ หรือมีโรคประจำตัว (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง) ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทั้งสิ้น

การจัดอาหารตามหลักวิทยาศาสตร์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดภาระการทำงานของตัวกรองไต ช่วยรักษาค่าการทำงานของไตให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย:

3. คำแนะนำด้านโภชนาการและการปรับอาหารเพื่อถนอมการทำงานของไต

ดื่มน้ำเฉลี่ย 2–3 ลิตรต่อวัน (คำนวณตามสูตรมาตรฐาน: น้ำหนักตัว (กก.) x 30 มิลลิลิตร) เพื่อช่วยให้ไตขับสารพิษ ยูเรีย และกรดยูริกออกจากร่างกาย
ไม่ควรอั้นการดื่มน้ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรดื่มน้ำครั้งละมากๆ ในเวลาอันสั้น

✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย:

✅ หลักการ "ลดเค็ม - ลดโปรตีน - ควบคุมโพแทสเซียม/ฟอสฟอรัส":

ลดโซเดียม: ปรุงรสให้จืด หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง น้ำปลา และกะปิ เพื่อป้องกันอาการบวมน้ำและความดันโลหิตสูง
ควบคุมโปรตีน: เน้นรับประทานโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เหมาะสม เช่น เนื้อปลา อกไก่ลอกหนัง และไข่ขาว เพื่อลดการสร้างของเสียจากการย่อยสลาย
จำกัดโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส: หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงในปริมาณมาก (เช่น กล้วย ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุก ลำไย) หรือเครื่องดื่มสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อไม่เพิ่มภาระการทำงานให้แก่ไต

✅ ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด:

ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงอย่างเคร่งครัด
ห้ามซื้อยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะขนาดสูง หรือยาแผนโบราณ/สมุนไพรที่ไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัดมารับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นอันตรายและเป็นพิษต่อไต

✅ ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเคร่งครัด:

ในกรณีที่มีอาการน้ำหนักลดหรืออ่อนเพลียจากการจำกัดอาหารมากเกินไป ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาหารสูตรครบถ้วนเฉพาะทาง (ซึ่งออกแบบมาให้มีโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสต่ำ) เพื่อช่วยเสริมพลังงานที่ขาดหายไป โดยยังคงความปลอดภัยต่อตัวกรองไต

💡 คำแนะนำ: อย่ารอจนสายเกินไปเลยนะคะ! หันกลับมาใส่ใจฟังสัญญาณเตือนเบาๆ จากร่างกาย หมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ และเริ่มดูแลปกป้องไตของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้โอบกอดชีวิตที่สดใส แข็งแรง และมีความสุขในทุกๆ วันค่ะ!

NEPLUS เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาตามหลักโภชนาการเฉพาะทาง สำหรับผู้ที่ต้องการอาหารที่เหมาะสมกับภาวะโรคไตค่ะ

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสูตรของผลิตภัณฑ์ Neplus สามารถช่วยเสริมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นในมื้ออาหารประจำวันได้อย่างเหมาะสมนะคะ การรับประทานควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากสินค้าอย่างเคร่งครัด หรือตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ระหว่างการรักษาโรคไตค่ะ 

คุณค่าทางโภชนาการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

สูตรโภชนาการสมดุล เสริมโปรตีนคุณภาพสูง พร้อมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เหมาะสำหรับเป็นโภชนาการเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพไตในทุกๆ วัน

รับคำปรึกษาการดูแลไต ฟรี!

0804.060.970